การรักษาเนื้องอกมดลูกแบบไม่ต้องผ่าตัดด้วยเครื่อง HIFU (Totally Non-invasive Treatment of Uterine Fibroid Using HIFU)

เนื้องอกมดลูก Uterine Fibroid คืออะไร

เนื้องอกมดลูก หรือ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก มักเรียกกันว่า ไมโอม่า(Myoma) หรือ ไฟบรอยด์(Fibroid) เป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่เนื้อร้าย เกิดขึ้นในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการดังนี้

  • ประจำเดือนมามาก และออกนานกว่าปกติ
  • ปวดท้องน้อย, ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน, ปวดถ่วงทวารหนัก หรือ ปวดเกร็งในท้อง
  • ท้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และอาจคลำพบก้อนในท้อง
  • มีบุตรยาก หรือ แท้งบุตรได้ง่ายกว่าปกติ
  • ปัสสาวะลำบาก, ปัสสาวะบ่อย หรือ ถ่ายอุจจาระลำบาก

รักษาเนื้องอกมดลูกได้ด้วยวิธีไหนบ้าง

  1. การรักษา โดยการให้ฮอร์โมน
  2. การรักษา โดยการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy) เป็นการผ่าตัดเอาเฉพาะก้อนเนื้องอกออกโดยมดลูกยังคงอยู่
  3. การผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) เป็นการตัดมดลูกทั้งอันออกไป ทำให้แน่ใจได้เลยว่า ก้อนเนื้องอกถูกเอาออกไปหมดจริงๆ
  4. การตัดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้องอก อาจเป็นการไปอุดเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยง (UFE) หรือการสอดเข็มเข้าไปทำลายเส้นเลือด (Myolysis)
  5. การรักษา โดยจี้ทำลายด้วยความร้อน (Thermal Ablation) เป็นการทำลายก้อนเนื้องอกโดยใช้ความร้อนซึ่งมีทั้งชนิดต้องเจาะผ่านผิวหนัง และชนิดที่ไม่ต้องลุกล้ำเลย (HIFU)

จะเห็นว่า การรักษาเกือบทั้งหมดจะต้องลุกล้ำเข้าร่างกาย ซึ่งต้องทำการผ่าตัดไม่เล็กก็ใหญ่ ทำให้ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

การรักษาด้วย HIFU จึงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นทางเลือกในการรักษาโดยไม่ต้องลุกล้ำเข้าสู่ร่างกายเลย (Totally Non-Invasive Treatment)

6202-ccc-02

เทคโนโลยีการรักษาเนื้องอกมดลูกแบบไม่ต้องผ่าตัดด้วยคลื่นเสียงความเข้มสูง (Totally Non-invasive Treatment of Uterine Fibroid Using HIFU)

การรักษาเนื้องอกมดลูกด้วยคลื่นเสียงความเข้มสูง หรือการใช้ “ไฮฟู” นั่น ใช้หลักการรวมคลื่นเสียงเป็นจุดเดียวจนมีอุณหภูมิที่จุดโฟกัสสูงมากๆ หากท่านนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงตอนที่เรานำเอาแว่นขยายมารวมแสงแดดเพื่อเผากระดาษดูครับ หลักการแบบเดียวกัน นั่นแสดงว่า จุดที่มีความร้อนสูงที่สุด คือจุดโฟกัสนั่นหากร้อนมากพอ มันจะสามารถเผาไหม้วัตถุ หรือก้อนเนื้อได้ โดยที่ตำแหน่งอื่นๆ ไม่ถูกทำลายไปด้วย

ข้อดีของการรักษาด้วยคลื่นเสียงความเข้มสูง (HIFU)

  1. ไม่ต้องผ่าตัด เป็นการรักษาแบบที่ไม่เจาะผ่านผิวหนังใดๆเลย
  2. ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลเป็นจากการผ่าตัด
  3. ไม่ใช้รังสี ปลอดจากผลข้างเคียงจากรังสี
  4. ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อยมาก
  5. มีความปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อยมาก

ขั้นตอนการรักษาด้วยเครื่อง HIFU

  • พบแพทย์ตรวจร่างกาย วินิจฉัยอาการปัจจุบันและพิจารณาความเหมาะสมในการรักษาด้วยเครื่อง HIFU
  • ทำการตรวจอัลตร้าซาวด์ เพื่อประเมินตำแหน่งขอก้อน ซึ่งหากตรวจโดยใช้เทคนิค Color Doppler Ultrasound จะพบว่ามีเลือดไหลไปเลี้ยงก้อนเนื้องอก
  • รังสีแพทย์ร่วมวางแผนการรักษาด้วย HIFU และให้ข้อมูลแผนการรักษาแก่ผู้ป่วยและญาติในการร่วมตัดสินใจใช้การเลือกรักษาด้วยวิธีนี้
  • นัดผู้ป่วยเข้าทำการรักษาด้วย HIFU โดยรังสีแพทย์เป็นผู้ค้นหาตำแหน่ง และขนาดของก้อน และปล่อยพลังงานจากเครื่อง HIFU เพื่อส่งความร้อนไปทำลายก้อน
  • ประเมินผลหลังการรักษา และติดตามอาการโดยหลังการรักษา จะพบว่า เลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้อเยื่อเหล่านั้นหายไป หรือลดลง อันเนื่องมาจากการตายของเนื้อเยื่อละเส้นเลือดบริเวณดังกล่าว เนื้องอกที่ตายแล้วนั่น จะค่อยๆฟ่อลดขนาดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น
  • หากเนื้องอกนั้นๆ ยังคงมีขนาดใหญ่ แพทย์ผู้รักษาอาจพิจารณาให้ทำ HIFU ซ้ำอีกโดยไม่มีอันตรายใดๆต่อผู้ป่วย

พัฒนาการของเทคโนโลยี HIFU

  • ปี ค.ศ.1942 : Lynn ได้พัฒนาเทคโนโลยี HIFU เพื่อใช้ในการรักษาคนไข้
  • ปี ค.ศ.1955 : Fry ใช้ HIFU ในการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่ University of Illinois
  • ปี ค.ศ.2000 : SFDA อนุญาตให้ใช้ HIFU ในการรักษาคนไข้กลุ่มทดลอง
  • ปี ค.ศ.2001 : สมาคมอัลตร้าซาวด์เพื่อการรักษาโรคระหว่างประเทศ (ISTU) ได้ก่อตั้งขึ้นและจัดประชุมครั้งแรกในประเทศจีน
  • ปี ค.ศ.2002 : CE อนุญาตให้ใช้ HIFU ในการรักษาเนื้องอกมดลูกสำหรับหญิงที่จะไม่ตั้งครรภ์อีก
  • ปี ค.ศ.2004 : FDA อนุญาตให้ใช้ HIFU ในการรักษาเนื้องอกมดลูกสำหรับหญิงที่จะไม่ตั้งครรภ์อีก
  • ปี ค.ศ.2007 : คนไข้มากกว่า 50,000 รายทั่วโลก ได้รับการรักษาด้วย HIFU
  • ปี ค.ศ.2007 : CE อนุญาตให้ใช้ HIFU ในการระงับความเจ็บปวด สำหรับคนไข้มะเร็งกระดูกระยะแพร่กระจาย
  • ปี ค.ศ.2007 : CE อนุญาตให้ใช้ HIFU ในการรักษาเนื้องอกมดลูกสำหรับหญิงที่อาจจะตั้งครรภ์ในอนาคต