โรคมะเร็ง (Cancer) คืออะไร ?

มะเร็ง คือ เนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติในร่างกาย เติบโตอย่างไร้การควบคุมจากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์มะเร็งมีพื้นฐานการกำเนิดมาจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ปกติในร่างกายเรานั้นเอง ไม่ว่าจะเพราะการได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น

  • เชื้อไวรัสตับอักเสบ ก่อมะเร็งที่เนื้อตับ
  • เชื้อไวรัส HPV ก่อมะเร็งปากมดลูก
  • ควันบุหรี่ ก่อมะเร็งปอด และหูคอจมูก
  • สารพิษจากเชื้อรา ก่อมะเร็งตับ
  • มียีนผิดปกติ (ยีนเสี่ยงมะเร็ง) มาตั้งแต่แรก
    • ยีน BRCA ซึ่งเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและรังไข่
    • ยีน APC เสี่ยงต่อมะเร็งลำไล้
  • อาหารปิ้งย่าง

มะเร็งระยะลุกลามทุกชนิด ล้วนเริ่มจากเซลล์มะเร็งขนาดเล็ก เมื่อระบบภูมิคุ้มไม่สามารถกำจัดออกไปได้ ก็จะขยายตัวและลุกลามเบียดอวัยวะนั้นๆ จนเสียการทำงาน (ระยะ 1) และค่อยๆขยายตัว ลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง (ระยะ 2,3) และกระจายสู่อวัยยะอื่นๆ (ระยะ 4) ทำให้อวัยวะต่างๆ เสียการทำงาน และเสียชีวิตในที่สุด และถ้าเราจัดการทำลายตั้งแต่ระยะแรก และมีภูมิต้านทานที่ดีเราก็จะหายขาดจากมะเร็ง!

มะเร็งลำไล้ ระยะ 1-4

มะเร็งปอดระยะสี่

สถานการณ์โรคมะเร็งในปัจจุปัน?

พบว่ามีความรุนแรงอย่างสูงที่สุด คือ เป็นโรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทย มีอัตราการเกิดที่สูงขึ้น และเริ่มพบในคนไข้อายุน้อยลง อาจเป็นเพราะว่ามีมลภาวะเยอะขึ้น และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทำให้ ตรวจพบมะเร็งได้เร็วขึ้น แม้กระนั้นก็ตาม เราก็ยังไม่สามารถลดการตายจากมะเร็งได้

มะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายไทย ก็คือ มะเร็งลำไล้และทางเดินอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี มะเร็งทางเดินหายใจ ตั้งแต่คอจนถึงปอด ซึ่งสัมพันธ์กับบุหรี่
cancer-img-1
มะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย ก็คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ปากมดลูก มดลูก รังไข่ ตามด้วย มะเร็งทางเดินอาหาร ปอด และตับ
cancer-img-2
นอกจากนี้อวัยวะอื่นๆ เช่น ผิวหนังกล้ามเนื้อ ระบบเลือด และต่อมน้ำเหลืองก็สามารถเกิดมะเร็งได้เช่นเดียวกัน นอกจากมะเร็งก็มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อในร่างกายที่ขยายตัวขึ้นในอวัยวะนั้นๆ แต่ไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่นเราเรียกว่าเนื้องอก (Tumor) ซึ่งมีอันตรายน้อยกว่า แต่ถ้าไม่แน่ใจต้องมาพบแพทย์จึงดีที่สุด

หลักการรักษามะเร็งที่ รพ.จุฬารัตน์

  1. ประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคล จากประวัติ อาการผิดปกติ พฤติกรรมสุขภาพ และการตรวจพันธุกรรมมะเร็งที่สืบทอดมา ด้วยเทคโนโลยีการตรวจหายีนจากเลือด หรือจากชื้นเนื้อมะเร็ง
  2. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้รับการประเมินโดยแพทย์มะเร็ง จัดทำโปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล อ้างอิงตามผลการศึกษาวิจัยเพื่อหามะเร็งระยะแรกของสมาคมวิชาชีพ
  3. การตรวจพบว่าเป็นพาหะยีนมะเร็ง จะช่วยให้เริ่มโปรแกรมคัดกรอง ปรับพฤติกรรม การดำเนินชีวิต และเลือกให้ยา/สารชีวภาพ ที่มีข้อมูลว่าช่วยลดการเกิดมะเร็ง ถ้าทำได้เร็ว..ก็รักษาได้เร็ว
  4. การตรวจพบก้อนมะเร็งระยะแรก จะมีระบบ Fast Track One Stop Service ประสานแพทย์ตรวจหามะเร็ง และแพทย็รักษามะเร็ง ในคราวเดียวกัน
  5. มีการตรวจประเมินประสิทธิภาพของระบบภูมิต้านทาน เช่น ตรวจวัดจำนวน เม็ดเลือดขาวกินมะเร็ง NK Cell Count ตรวจสมรรถาภาพเม็ดเลือดขาว NK Cell Activity

การตรวจหามะเร็ง

  1. ภาพทางการแพทย์ CT SCAN, MRI, PET/CT Scan เพื่อบอกระยะและวินิจฉัย ด้วยการฉีดสารจับมะเร็งให้เห็นภาพชัดเจน
  2. การตรวจชิ้นเนื้ออย่างแม่นยำ ด้วยเข็มนำวิถี (Intervention Biopsy)
  3. การตรวจชิ้นเนื้อ ย้อมพิเศษ เพื่อบอกชนิดมะเร็งที่ถูกต้องให้การรักษาที่แม่นยำ

การรักษามะเร็ง

1. ทำลายก้อนมะเร็ง – ได้แก่การผ่าตัด ทั้งแบบปกติ และการส่งกล้องซึ่งบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว บาดแผลเล็ก
2. การใช้พลังงานภายนอกส่งผ่านเข้าไปทำลายก้อนมะเร็ง ได้แก่

  • การใช้พลังงานคลื่นเสียง HIFU (ไฮฟู) เข้าไปสร้างความร้อนระดับ 80 องศาเซลเซียส เพื่อเผาก้อนมะเร็งในช่องท้อง เพื่อลดขนาดลดการเติบโต ลดอาการปวด เพื่มคุณภาพชีวิต
  • การฉายรังสีเพื่อเสริมการผ่าตัด หรือลดอาการปวดจากมะเร็งลุกลามเช่นที่กระดูก ทางรพ.ประสานงานใกล้ชิด กับศูนย์ฉายแสงในกรุงเทพทำการรักษาด้วยเทคนิดสามมิติ โดยมีผลข้างเคียงน้อย
3. การใช้ยารักษามะเร็ง

  • ยาเคมีบำบัดมาตรฐาน
  • ยาเคมีบำบัดแบบรับประทาน ซึ่งได้ผลไม่ต่างจากแบบฉีด แต่ว่าผลข้างเคียงต่ำกว่า
4. การตรวจหาพันธุกรรม – ที่กำเนิดมะเร็งแล้วให้ยาตรงเป้า Targeted Therapy เราสามาถตรวจพันธุกรรมมะเร็งได้จากเลือด และชิ้นเพื่อเลือกยามะเร็งที่ตรงพันธุกรรมที่สุก โจมตีที่จุดอ่อนมะเร็ง โดยไม่ทำอันตรายเซลล์ร่างกาย ซึ่งพบว่าให้ผลการรักษาดีกว่ายาเคมีบำบัด และได้คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

  • รพ.จุฬารัตน์ มีศักยภาพในการตรวจพันธุกรรมมะเร็งได้ทัดเทียม รพ.ใหญ่ในกรุงเทพ หรือโรงเรียนแพทย์ โดยที่ผู้ป่วยไม่เสียเวลาเดินทาง และสามารถตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยมะเร็งบางอวัยวะได้เลย เช่น มะเร็งปอดที่มีเซลล์กลายพันธุ์ออกมาในกระแสเลือด
5. การเพิ่มประสิทธิภาพภูมิต้านทาน

  • การใช้ยาเพิ่มการทำงานของ NK Cell : AHCC
  • การสกัด NK Cell จากเลือดผู้ป่วยเพื่อเพิ่มปริมาณ
  • การใช้ยาเพื่อปลดเบรกที่เซลล์มะเร็งใช้ขัดขวางการทำงานของภูมิต้านทาน ทำให้มะเร็งโดนกำจัดได้ดีขึ้น
6. เสริมโภชนาการ – ด้วยอาหารทางการแพทย์สำหรับโรคมะเร็ง แบบกิน หรือ ให้สารอาการทางเส้นเลือด
7. อุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพการรักษา

  • เครื่องสกัด oxygen
  • การฝังกระเปาะให้ยา Chemo Port เพื่อให้ยา เจาะเลือด ให้สารอาหาร
8. ศูนย์รักษาผ่านเส้นเลือด intervention

  • โดยใส่สายสวนผ่านเส้นเลือดไปที่ก้อนมะเร็ง เพื่อฉีดยาเข้าก้อนมะเร็งโดยตรง
  • อุดท่อน้ำเลี้ยงทำให้มะเร็งฝ่อลง
  • ฉีดยาสลายก้อนมะเร็งผ่านผนังหน้าท้อง โดยตรงอย่างแม่นยำเพราะนำวิถีแบบ Real-time
  • การวินิจฉัยวางแผนป้องกันมะเร็งเฉพาะบุคคล ตามประวัติ และพันธุกรรม