ประสบการณ์จริง ของผู้ป่วยที่มารับการรักษามะเร็งแบบผสมผสานที่ศูนย์มะเร็งและ HIFU โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต เพื่อถ่ายทอดความรู้ และกำลังใจให้ผู้ป่วยทั่วไป

hifu-1

คุณชฎาธิรัตน์ เป็นคนไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศในยุโรปเป็นเวลาหลายปี วันหนึ่งในเดือน กค. ก็ต้องพบกับข่าวร้ายคือ ตรวจพบก้อนในท้อง จึงได้เดินทางกลับมาตรวจรักษาอาการที่ประเทศไทย ผลตรวจพบว่าเป็นมะเร็งของเนื้อตับชนิด HCC โดยสาเหตุก็คือภัยเงียบที่คุมคามคนไทยมานาน นั่นคือ

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี !

นอกจากนั้นยังพบว่า มีภาวะตับแข็งแล้ว พบก้อนมีขนาดใหญ่ถึง 15x10x20 เซนติเมตร ลุกลามเช้าเส้นเลือดดำใหญ่ในตับ กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง ปอด และกระดูกหลังเป็นจุดๆ มีอาการปวดแน่นท้อง อ่อนเพลีย…

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จากการรักษาโดยมาตรฐานในยุโรป และอเมริกา พบว่าเป็นระยะ BCLC class C ซึ่งมีอัตรารอดชีวิตเฉลี่ยต่ำกว่า 1 ปีตั้งแต่วินิจฉัย ! (แนวทางมาตรฐานการรักษามะเร็งตับในประเทศไทย พศ.2558)

การรักษามะเร็งแบบผสมผสาน (integrative oncology) : ความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็งตับ

มะเร็งเนื้อตับ HCC ถือว่าเป็นมะเร็งที่อันตรายมากที่สุด เพราะผู้ป่วยมากกว่าครึ่งจะรู้ตัวเมื่อโรคกระจายแล้ว เท่ากับไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ไม่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดใดๆ และไม่มียามาตรฐานใหม่เลยในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ป่วยต้องทุกข์ทรมานจากโรคโดยทำอะไรไม่ได้ …

แต่ด้วยความตั้งใจของศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต ที่จะหาทางให้ผู้ป่วยได้พ้นความทุกข์ทรมานนี้ จึงได้ศึกษาวิทยาการรักษามะเร็งใหม่ในหลายรูปแบบ และนำมาปรับใช้ได้แก่

  • เปลี่ยนแนวคิดจากการมุ่งทำลายมะเร็ง ที่ทำลายเซลล์ร่างกายไปด้วย ไปสู่การควบคุมการขยายตัวของมะเร็ง โดยเน้นให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยที่สุด
  • ไปสู่การรักษาด้วยการเสริมภูมิคุ้มกันให้มาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานที่ว่ามะเร็งในร่างกาย คือ การเพิ่มของการเกิดเซลล์มะเร็ง และการลดลงของการภูมิต้านทานทำลายเซลล์แปลกปลอม (ก็คือเซลล์มะเร็ง)
  • การรักษามะเร็งระยะลุกลามในวิธีใหม่ของเรา คือ
    • ใช้วิธีการบาดเจ็บน้อยในการทำลายมะเร็งตับด้วยคลื่นเสียง HIFU เพื่อเผาทำลายมะเร็งด้วยคลื่นเสียงพลังสูงจากภายนอกร่างกาย
    • เสริมภูมิต้านทานด้วยยากระตุ้นการทำงานของเซลล์ทำลายมะเร็ง ซึ่งเป็นการวิจัยจากญี่ปุ่น และสถาบันมะเร็งแห่งชาติของไทย
    • เสริมภูมิต้านทานด้วยยาที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์ตรวจหามะเร็ง ซึ่งเป็นการวิจัยจากยุโรป
    • เสริมโภชนาการด้วยหารให้สารอาหารสมบูรณ์แบบทางเส้นเลือด เพื่อแก้ภาวะการขาดสารอาหารลดอาการ อ่อนเพลียได้อย่างรวดเร็ว
    • ใช้การรักษาผ่านเส้นเลือดเพื่อตักท่อน้ำเลี้ยงมะเร็งให้ขาอาหาร และอาจฝังยาเคมีไว้เป็นลักษณะปิดประตูตีแมว ตัวมะเร็งถูกยาทำลาย โดยยาไม่ออกมาทำลายเซลล์ร่างกาย มะเร็งจะไม่สามารถซ่อมตัวเองได้ ยิ่งผสานกันรักษาวิธีอื่นข้างต้น ก็ยิ่งทำให้ควบคุมมะเร็งได้ดีขึ้น
    • ตรวจเลือดสแกนหาเซลล์มะเร็ง และตรวจสอบพันธุกรรมต้นตอของมะเร็ง ลักษณะความดุร้าย ความเสี่ยงการกระจาย เซลล์มะเร็งตัวอ่อนแอบแฝง และความไวต่อยามุ่งเป้าชนิดต่างๆ เพื่อให้เราเลือกใช้ยาได้ตรงกับพันธุกรรมมะเร็งชนิดนั้นๆ ในร่างกายผู้ป่วย เป็นข้อมูลปัจจุบัน เรียกว่าเป็นการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Cancer Treatment ทำให้ไม่เสียเวลา อันมีค่าไปกับการลองผิดลองถูก เหมือนทดลองยากับผู้ป่วย (การตรวจนี้ ทางศูนย์มะเร็งได้ประสานงานกับห้องปฏิบัติการ ที่ถือว่าล้ำสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ที่ประเทศเยอรมันนี เริ่มมาตั้งแต่ พศ.2559)
    • มียามะเร็งทุกชนิดที่จดทะเบียนในประเทศไทยครบถ้วน เท่าเทียมโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ ทั้งยามุ่งเป้าเฉพาะมะเร็งใหม่ล่าสุด ยาเคมีทั้งแบบฉีดและรับประทาน ยายับยั้งกลไกเบรกภูมิต้านทานของมะเร็ง ให้บริการผู้ป่วยทุกท่านในราคาที่เข้าถึงได้ มีเภสัชกร และอายุรแพทย์เฉพาะทางโรคมะเร็งคอยดูแล ช่วยลดภาระของค่ารักษาพยาบาล ลดความกังวลของผู้ป่วยและครอบครัว

ปัจจุบันด้วยหลากหลายวิธีข้างต้น คุณชฎาธิรัตน์และครอบครัว จึงได้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

hifu-2

ตัวโรคได้รับการควบคุมด้วยการกินยา มาติดตามอาการสม่ำเสมอ และทางศูนย์มะเร็งก็ไม่หยุดยั้งที่จะหา การรักษาใหม่มาช่วยผู้ป่วยตลอดไป