ขยายความจากข้อมูลเผยแพร่สู่ประชาชน โดย นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร (ศูนย์เชี่ยวชาญอณูพันธุศาสตร์มะเร็ง และโรคของมนุษย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

article-cancer-1

มะเร็งคือ อะไร?

อธิบายอย่างง่าย มะเร็งคือ เนื้อเยื่อผิดปกติที่กำเนิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ภายในร่างกายเราเอง ที่เติบโตโดยหลุดจากระบบควบคุมตามปกติของร่างกาย และไม่ถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกัน จึงสะสมเป็นก้อนเนื้อเบียดอวัยวะให้เสียการทำงาน และแพร่กระจายไปทั่วร่างกายทำให้สุขภาพทรุดโทรมลง และเสียชีวิต … ทำไม เราจึงเป็นมะเร็ง?

พันธุกรรมและการเกิดเซลล์มะเร็ง?

ตามปกติ เซลล์ในร่างกายต้องมีอายุขัยและเสื่อมไป ดังนั้นจึงต้องมีการแบ่งเซลล์ทดแทนตามความจำเป็น และต้องคงลักษณะการทำงานตามปกติเอาไว้ เราเรียกว่า พันธุกรรมหรือยีน ซึ่งจะถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นไปตลอด

  • ตราบใดที่การถ่ายทอดเป็นไปโดยสมบูรณ์ เซลล์ก็จะทำงานตามปกติ แต่ถ้ามี การกลายพันธุ์ (Somatic Mutation) ไม่ว่าโดยธรรมชาติ เช่น ความชรา หรือ การได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น เชื้อไวรัส ควันบุหรี่ เซลล์ก็จะเปลี่ยนแปลง หน้าตา หน้าที่ และกลายเป็นเซลล์มะเร็งไปในที่สุด ซึ่งเป็นเฉพาะบุคคลไม่มีการถ่ายทอด ถ้าเราตรวจพบได้เร็วอาจจะหาทางลดการเกิดมะเร็งระยะลุกลาม
  • ในบางครอบครัว อาจมีลักษณะทางพันธุกรรมที่โน้มเอียงไปทางที่จะเกิด การกลายพันธุ์ของเซลล์ตั้งแต่กำเนิด (Germline Mutation) ทำให้เกิดมะเร็งได้ง่ายตั้งแต่อายุน้อย ถ่ายทอดไปรุ่นสู่รุ่น กลุ่มนี้ต้องรีบเริ่มทำการคัดกรองมะเร็ง
  • ตามปกติจะมีกลไกทวนสอบคุณภาพ ของการถ่ายทอดทางพันธุกรรมอยุ่แล้ว โดยมียีนต้านมะเร็งคอยควบคุม ถ้ายีนนี้ไม่ทำงาน ไม่ว่ามีมาแต่กำเนิดหรือเกิดภายหลัง ก็จะทำให้เกิดการกลายพันธุ์ และกลายเป็นมะเร็งได้

ระบบภูมิต้านทานทำงานน้อยลง

ตามปกติเม็ดเลือดขาวในร่างกาย จะคอยมองหาและทำลายเซลล์แปลกปลอม เช่น ติดไวรัส โตเร็วผิดปกติ หมดอายุขัย ภาวะโภชนาการที่ไม่ดี เพื่อทำให้ร่างกายมีแต่เซลล์ที่สมบูรณ์ ทำงานได้ปกติ

ภาวะที่การทำงานของภูมิต้านทาน ไม่ปกติหรือหย่อนยาน เช่น อายุที่มากขึ้น โรคเบาหวาน การติดเชื้อไวรัส ที่กดการทำงานของเม็ดเลือดขาว จะทำให้เซลล์มะเร็งมีโอกาสเติบโต ขยายตัว แม้จะกำจัดออกไปแล้วก็จะเป็นซ้ำอีกได้

แนวทางการรักษามะเร็ง บนพื้นฐานความรู้
ในปัจจุบัน คือการผสานองค์ความรู้ใหม่ !

วิธีการทางศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต ยึดถือมาตลอดก็คือ การผสมผสานหลายวิธีการจัดการที่แต่ละกลไกการกำเนิดมะเร็ง (Integrative Oncology) ไปพร้อมกันเพื่อลดผลข้างเคียง และคุมโรคได้ในระยะยาว และส่งเสริมพฤติกรรมเพื่อลดการเกิดมะเร็งในอนาคตให้ผู้ป่วยและญาติ

  • รีบทำลายก้อนมะเร็งก่อนลุกลาม โดยมีผลข้างเคียงน้อย เช่น ผ่าตัดแบบบาดเจ็บน้อย ฉายรังสีสามมิติ ยาทำลายมะเร็งแบบใหม่ๆ หรือการใช้ความร้อนด้วยวิธีต่างๆ เผาก้อนมะเร็งในช่องท้องโดยไม่ต้องผ่า
    • Minimal Invasive การรักษามะเร็งไม่เจ็บตัว
  • กำจัดกลไกสร้างเซลล์มะเร็งใหม่ให้น้อยที่สุด เช่น หยุดการรับสารก่อมะเร็ง ยามุ่งเป้าที่พันธุกรรมสร้างเซลล์มะเร็ง
    • Targeted Therapy การรักษามุ่งเป้ามะเร็ง
  • เพิ่มการทำงานภูมิต้านทาน ทั้งการลาดตระเวณตรวจหามะเร็ง ทำลายมะเร็งที่พบอย่างเจาะจงและจดจำ และไม่ถูกมะเร็งปิดสวิทซ์การทำงาน เช่น ยาเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาว การเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวกินมะเร็งจากเลือดผู้ป่วยแล้วฉีดกลับ ยาปลดเบรคภูมิต้านเพื่อให้เม็ดเลือดขาวหลับมาทำงานทำลายเซลล์มะเร็งตามปกติ
    • Immumo Therapy ภูมิคุ้มกันบำบัด
  • มีโภชนาการหรือเสบียงที่พอเพียงต่อทำงานของร่างกายและภูมิคุ้มกัน
    • Cancer Nutrition Improvement โภชนาการ
  • สร้างรูปแบบการรักษาที่เหมาะกับคนไข้เฉพาะราย ในแต่ละระยะโดยสกัดหาเซลล์มะเร็งจากเลือดผู้ป่วย แล้วตรวจหารูปแบบพันธุกรรมของมะเร็งนั้น เพื่อเลือกยาที่เหมาะสมที่สุด และเลี่ยงยาที่มีโอกาสดื้อยา
    • Personalized Cancer Care การรักษาเฉพาะคน
  • ประเมินความเสี่ยงมะเร็งถึงระดับพันธุกรรม เพื่อบอกว่าใครคือกลุ่มเสี่ยงมาก-น้อย และเลือกวิธีการคัดกรองที่เหมาะสมและเจ็บตัวน้อย
    • Personalized Screening & Check up คัดกรองมะเร็งระดับลึก
cancer-doctor-1

จากความรู้ที่มีในปัจจุบัน สามารถบอกได้เลยว่า มะเร็ง รู้เร็ว รักษาได้ หายขาด และ ป้องกันได้ เราจะค่อยๆ ทำความเข้าใจกันครับ
โดย นพ.จิรเจษฎ์ สุขสุเพิ่ม (ผู้อำนวยการศูนย์รักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต)