การทำลายก้อนมะเร็งที่ตับด้วยการให้ยาเคมีเฉพาะจุด (TACE: Trans Arterial Chemo Embolization)

#ทำลายก้อนมะเร็งที่ตับ ด้วย #การให้ยาเคมีเฉพาะจุด

การทำลายก้อนมะเร็งที่ตับด้วยการให้ยาเคมีเฉพาะจุด (TACE: Trans Arterial Chemo Embolization) คือ การรักษามะเร็งตับที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยการรักษาด้วยวิธีการให้เคมีบำบัดเฉพาะทางที่ผ่านทางหลอดเลือดแดง ที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งที่ตับโดยตรง แล้วอุดกั้นหลอดเลือดนั้นเพื่อไม่ให้เลือดไปเลี้ยงก้อนเนื้องอก ทำให้ก้อนมะเร็งถูกทำลายโดยตรงจากยาเคมีบำบัด

การรักษาวิธีนี้เป็นจุดเด่นของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่มีความแม่นยำ รักษาได้ตรงจุด แตกต่างจากการใช้คีโมบำบัด อีกทั้งปริมาณยาและความเข้มข้นของยามีมากกว่า 93 เท่า แต่ผลกระทบต่อร่างกายน้อยกว่า

ข้อบ่งชี้ในการรักษาโดยเคมีบำบัดเฉพาะที่ผ่านหลอดเลือดแดงเข้าสู่ตับ (TACE)

  • มะเร็งที่ตับขนาดใหญ่หรือหลายก้อน
  • ก้อนมะเร็งที่ตับแตกมีเลือดออกมาก
  • ผู้ป่วยมีความเสี่ยงในการผ่าตัดสูงหรือน่าจะเหลือพื้นที่ตับปกติน้อยเกินไปหลังจากผ่าตัด
  • เพื่อลดขนาดของก้อนก่อนการผ่าตัดก้อนมะเร็งออกหรือผ่าตัดเปลี่ยนตับ

tace-1

ขั้นตอนการทำ TACE

การทำ TACE ต้องทำในห้องเอ็กซเรย์หลอดเลือด โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณขาหนีบ และใส่สายสวนไปในหลอดเลือดแดงที่ตับ โดยแพทย์สามารถมองเห็นสายสวนเคลื่อนไปตามหลอดเลือดได้จากจอรับภาพจากเครื่องเอ็กซเรย์ เมื่อสายสวนเคลื่อนไปยังจุดที่ต้องการ จึงทำการฉีดสารทึบรังสีเพื่อดูพยาธิสภาพ และลักษณะของหลอดเลือด จากนั้นจึงให้ยาเคมีบำบัดผสมสารทึบรังสี ฉีดเข้าบริเวณก้อนเนื้องอกและทำการอุดกั้นหลอดเลือดจนกระทั่งไม่มีเลือดไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

  1. การเตรียมตัว – การเตรียมตัวก่อนทำ TACE ผู้ป่วยได้รับการการเจาะเลือดเพื่อดูผลการทำงานของตับ การแข็งตัวของเลือด เกล็ดเลือด ภาวะการทำงานของไต ผลเลือดติดตามเนื้องอก (AFP)แพทย์ทำการตรวจประเมินรอยโรคที่ตับ ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์(CT scan) อัลตร้าซาวด์หรือเครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนทำการตรวจ ผู้ป่วยจะได้รับการเตรียมตัวเพื่อทำความสะอาดโกนขนบริเวณขาหนีบที่จะใส่สายสวนผู้ป่วยจะได้รับการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำในวันที่ทำการตรวจ
  2. ขณะรับการรักษาด้วย TACE – ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจวัดสัญญาณชีพเป็นระยะ ๆ และอาจได้รับยาอื่น ๆ ตามแผนการรักษา ขณะทำการตรวจรักษาอาจมีอาการปวดจุกแน่นท้องได้บ้าง แต่ไม่รุนแรง ซึ่งถ้ามีอาการดังกล่าวสามารถแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ ภายในห้องตรวจรักษาได้
  3. หลังการทำ TACE – การดูแลภายหลังทำ TACE ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจสัญญาณชีพเป็นระยะๆ หลังการตรวจรักษาจนกว่าอาการปกติ ถ้าสังเกตพบบริเวณปลายเท้าถ้ามีอาการเจ็บ บวม เย็น สีคล้ำ คลำชีพจรไม่ได้ให้แจ้งแพทย์พยาบาลถ้าทำหัตถการผ่านหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบจำเป็นต้องนอนราบบนเตียง ห้ามงอขาข้างที่ทำ ห้ามลุกนั่ง ห้ามเดินอย่างน้อย 8 ชั่วโมงสังเกตอาการเลือดออกบริเวณแผล ถ้าพบรีบรายงานแพทย์พยาบาลทันทีภายหลังการตรวจ 2 ชั่วโมงถ้าไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนให้ทานอาหารได้การปฏิบัติตนเมื่อกลับบ้านภายหลังการรักษาสามารถออกกำลังกายได้ แต่ไม่ควรหักโหมรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเป็นอาหารที่ย่อยง่ายงดรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง แอลกอฮอล์ทำจิตใจให้ผ่องใสไม่เครียดนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ผลข้างเคียงการทำ TACE

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ อาจมีห้อเลือดบริเวณขาหนีบที่เจาะเส้นเลือด ซึ่งพบในช่วงวันแรก ๆ แล้วจะค่อยๆ หายไปได้เอง หรืออาจมีภาวะอุดกั้นหลอดเลือด (Post-Embolization Syndrome) คือ อาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ พบได้ประมาณ 40% มักเกิดในช่วง 2-3 วันแรกและหายไปในประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่อาจพบได้เช่น ท้องมาน 4-20%, ถุงน้ำดีอักเสบ 1-11 % หรือ ฝีในตับ 2-5%

tace-2

tace-3