ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่สำคัญของระบบสืบพันธุ์ชาย ซึ่งมีรูปร่างคล้ายๆ กับลูกเกาลัด มีขนาดกว้าง 3-4 เซนติเมตร เมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะโตขึ้นและมีโอกาสเกิดมะเร็งได้มากขึ้นตามลำดับ ความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายจะสูงขึ้นเมื่ออายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และผู้ชายที่มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งนี้มากกว่าคนปกติ

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่มีความรุนแรงปานกลาง เป็นโรคที่รักษาหายได้ แต่ทั้งนี้ความรุนแรงของโรคขึ้นกับ ระยะโรค ปริมาณสารมะเร็ง การแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง อายุ และสุขภาพผู้ป่วย โดยทั่วไปพบว่า อัตราการอยู่รอดที่ 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 97 % โดยแยกเป็นระยะที่ตรวจพบคือ อัตราการอยู่รอดที่ 5 ปี ของผู้ป่วยระยะที่ 1 คือ 99% ระยะที่ 2 ประมาณ 93-98% ระยะที่ 3 ประมาณ 92-94% และในระยะที่ 4 อัตราอยู่รอดปีที่ 2 ประมาณ 28-30%

ดังนั้นการตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่ระยะต้น แล้วได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว จะมีโอกาสหายขาดได้สูงมาก การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อค้นหาโรคตั้งแต่ในระยะแรกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

6205-rectum-1

บุคคลที่สมควรรับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก

  1. ผู้ชายอายุ มากกว่า 50 ปี ที่ความเสี่ยงปกติ
  2. ผู้ชายอายุ มากกว่า 45 ปี ที่มีความเสี่ยงสูงคือ มีญาติสายตรง(พ่อ พี่น้องหรือลูกชาย) เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนอายุ 65 ปี 1 คน
  3. ผู้ชายอายุ มากกว่า 40 ปี ที่มีความเสี่ยงสูงมากคือ มีญาติสายตรง(พ่อ พี่น้องหรือลูกชาย) เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนอายุ 65 ปีมากกว่า 1 คนขึ้นไป (ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป)

วิธีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ประกอบด้วย 2 วิธีการคือ

  1. การตรวจลักษณะต่อมลูกหมากทางทวารหนักโดยแพทย์ (DRE: Digital rectal examination)
  2. การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen)

แนวทางการตรวจคัดกรองและการจัดการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

  1. การตรวจลักษณะต่อมลูกหมากทางทวารหนักโดยแพทย์ (DRE: Digital rectal examination) ถ้าแพทย์พบว่า ลักษณะต่อมลูกหมากสงสัยจะเป็นมะเร็ง คือ มีขนาดไม่สมมาตร ผิวตะปุ่มตะป่ำ หรือเป็นก้อนแข็งคล้ายหิน ผู้รับการตรวจสมควรได้รับการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยาว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ ไม่ว่าจะมีค่า PSA เท่าใด
  2. การตรวจเลือดหาค่า PSA เมื่อการตรวจ DRE ให้ผลปกติ
    1. ค่า PSA น้อยกว่า 2.5 ng/ml แนะนำให้ตรวจซ้ำทุก 2 ปี
    2. ค่า PSA อยู่ระหว่าง 2.5-4 ng/ml แนะนำให้ตรวจซ้ำทุก 1 ปี
    3. ค่า PSA อยู่ระหว่าง 4-10 ng/ml ให้ทำการตรวจเลือดค่า Free PSA เพิ่มเติม เพื่อคำนวณหาค่า Free/Total PSA (F/T PSA)
      1. F/T PSA น้อยกว่า 10% พิจารณาติดตามค่า PSA บ่อยครั้งขึ้น ในปีนั้นๆ หรือ ตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเลย
      2. F/T PSA มากกว่าหรือเท่ากับ 10% แนะนำให้เข้ารับการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา
    4. ค่า PSA มากกว่า 10 ng/ml แนะนำให้เข้ารับการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา

เนื่องด้วยผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากหลายคนมักไม่มีอาการในระยะแรก และมาพบแพทย์เมื่อมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นระยะที่มากแล้ว ทำให้ผลการรักษาได้ผลไม่ดี การตรวจคัดกรองประจำปีเพื่อค้นหามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกเพื่อทำการรักษา ทำให้มีโอกาสหายขาด และสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างมาก